ขาดอากาศหายใจ

ขาดอากาศหายใจ

ขาดอากาศหายใจ

การขาดอากาศหายใจ การหยุดหายใจหรือการหายใจไม่ออก (asphyxia หรือ asphyxiation) เป็นภาวะขาดออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย อันเกิดจากการหายใจผิดปกติ ภาวะขาดอากาศหายใจก่อให้เกิดภาวะเลือดมีออกซิเจนน้อย ซึ่งส่งผลต่อเนื้อเยื่อและอวัยวะเป็นหลัก ภาวะขาดอากาศหายใจ ทำให้บุคคลไม่สามารถได้รับออกซิเจนเพียงพอ ทำให้โคม่าหรือเสียชีวิตได้

สาเหตุที่มีผลให้ออกซิเจนลดลง

  • การสูดคาร์บอนมอนอกไซด์ เช่น ไอเสียรถยนต์ ควันจากบุหรี่
  • การสัมผัสสารเคมีบางชนิด ได้รับสารพิษเกินขนาด
  • ภาวะเลือดมีคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ
  • การชัก ทำให้หยุดกิจกรรมการหายใจ
  • การหยุดหายใจ เมื่อหลับ
  • การใช้ยาเกินขนาด
  • เป็นโรคเกี่ยวกับการหายใจ
  • อาการหายใจอึดอัดเฉียบพลัน
  • การแขวนคอ
  • การบีบคอ รัดคอ
  • การจมน้ำ
  • การขาดอากาศหายใจจากแก๊สเฉื่อย
  • การอยู่ในสถานที่อับอากาศ ที่มีออกซิเจนต่ำ

ภาวะสมองขาดออกซิเจน

สมองขาดออกซิเจน เกิดจาการขาดอากาศหายใจ ถ้าเกิดการขาดทั่วทั้งสมองเป็นระยะเวลานาน 4 นาที ก็จะทำให้เกิดการตายของเซลล์สมอง เมื่อเซลล์สมองตายก็จะทำให้สมองสูญเสียหน้าที่ปกติไป

ส่วนต่างๆของสมองที่ไวต่อการขาดออกซิเจนนั้นแตกต่างกัน สมองส่วนที่ไวต่อการขาดออกซิเจนเร็วที่สุด (เกิดอาการผิดปกติเร็ว และได้รับผลกระทบมากที่สุด) คือ สมองใหญ่ ส่วนที่เรียกว่า สมองกลีบขมับ (Temporal lobe) โดยเฉพาะส่วน ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ส่ง ผลให้มีปัญหาด้านความจำ การคิด การสั่งการ การบริหารจัดการ

สมองส่วนอื่นๆที่ไวต่อการขาดออกซิเจนเช่นกัน คือ

  • มองส่วนซีรีเบลลั่ม/สมองน้อย (Cerebellum) ส่งผลให้มีอาการ เซ การทรงตัวผิดปกติ
  • สมองส่วนเบซัลแกงเกลีย (Basal ganglia) ส่งผลให้มีการเคลื่อนไหวผิดปกติ
  • สมองใหญ่ส่วนที่เรียกว่า กลีบหลัง/กลีบท้ายทอย (Occipital lobe) ส่งผลให้มีปัญหาด้านการมองเห็น ได้แก่ ลานสายตาผิดปกติ หรือตาบอดได้

ทั้งนี้ อาการผิดปกติอื่นๆที่อาจพบได้ ได้แก่ อาการชักเกร็งกระตุก, กล้ามเนื้อเกร็ง, การทรงตัวไม่ดี, แขนขาอ่อนแรง, พฤติกรรมผิดปกติ, การควบคุมการขับถ่ายเสียไป, หายใจเองไม่ ได้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ, และถ้าการขาดออกซิเจนรุนแรงยาวนาน ก็จะเกิดภาวะสมองตาย และเสียชีวิตได้

การรักษาภาวะสมองขาดออกซิเจน

การรักษาภาวะสมองขาดออกซิเจนนี้ เป็นภาวะเร่งด่วนที่สุด ต้องรีบให้การรักษาอย่างรวดเร็ว การรักษาที่สำคัญที่สุด คือ ต้องรีบแก้ไขสาเหตุ และให้มีการไหลเวียนของเลือดที่ดีให้เร็วที่สุด ให้ออกซิเจนผ่านทางท่อช่วยหายใจ และเครื่องช่วยหายใจในระยะแรก ให้ยาเพิ่มความดันโลหิตถ้ามีความดันฯต่ำ ต้องกู้ชีพให้สัญญาณชีพปกติให้เร็วที่สุด เมื่อสัญญาณชีพต่าง ๆปกติแล้ว ก็จะเป็นการค่อยๆหยุดการใช้เครื่องช่วยหายใจ (Weaning respirator) เพื่อการป้อง กันภาวะแทรกซ้อนต่างๆจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ (เช่น ปอดติดเชื้อ/ปอดอักเสบ) และ การฟื้นฟูสภาพร่างกายและสมองด้วยกายภาพบำบัด และกิจกรรมต่างๆตามแพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด แนะนำ

การรักษาภาวะสมองขาดออกซิเจนเป็นการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งการรักษานานหรือ ไม่ ขึ้นกับสาเหตุและอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นว่ามากน้อยเพียงใด ร่วมกับการฟื้นตัวของผู้ป่วยว่าดีแค่ไหน

ทั้งนี้ แพทย์จะอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับไปพักฟื้นที่บ้านต่อได้ เมื่ออาการผู้ป่วยดีขึ้น สามารถหายใจเองได้ และที่สำคัญ คือ ญาติมีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วย ทั้งทางด้านความสามารถในการดูแลผู้ป่วย และด้านเศรษฐานะ เพราะจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากพอสมควร เป็นหลักหมื่นขึ้นไปต่อเดือน

ขาดอากาศหายใจ ฝุ่นละออง

ภาวะแทรกซ้อนจากภาวะสมองขาดออกซิเจน

  • ภาวะแทรกซ้อน (ผลข้างเคียง) ที่พบบ่อยจากภาวะสมองขาดเลือด ได้แก่
  • ภาวะชักต่อเนื่อง (Status epilepticus)
  • การเคลื่อนไหวผิดปกติของร่างกาย แขน ขา
  • ภาวะติดเชื้อจากการนอนรักษาในโรงพยาบาล (Hospital acquired infection)
  • ภาวะแผลกดทับ (Pressure sore)
  • กล้ามเนื้อเกร็ง (Spasticity)
  • สูญเสียความจำ บุคลิกภาพเปลี่ยนไป
  • การมองเห็นผิดปกติ ถ้ารุนแรงอาจตาบอด

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ขาดอากาศหายใจขณะนอนหลับ หรือการหยุดหายใจขณะนอนหละบ เกิดจากการตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้ต้องหายใจเข้ามากขึ้น ความดันที่เป็นลบเพิ่มมากขึ้นระหว่างการหายใจเข้าจะทำให้ช่องคอตีบแคบลงกว่าเดิม ทำให้มีการขาดจังหวะในการหายใจได้บ่อยครั้งและแต่ละครั้งนานกว่าคนปกติ

ซึ่งการหยุดหายใจหลายครั้งในขณะนอนหลับจะส่งผลให้ระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดลดน้อยลง เมื่อสมองขาดออกซิเจนก็จะต้องคอยปลุกให้ตื่นเพื่อเริ่มหายใจใหม่ จนได้รับออกซิเจนเพียงพอแล้ว ก็จะสามารถหลับลึกได้อีกครั้ง วนเวียนเช่นนี้ตลอดคืนเป็นผลให้ผู้ที่มีภาวะดังกล่าวนอนหลับได้ไม่เต็มที่

อาการ

1. กรนเสียงดัง เป็นสัญญาณเตือนว่าอาจเกิดภาวะการหยุดหายใจขณะหลับ

2. นอนหลับไม่สนิท นอนกระสับกระส่ายมากและพี่ๆ วัยเกษียณจะมีเหงื่อออกตอนกลางคืน

3. สะดุ้งตื่นกลางดึก เพราะสำลักเหมือนขาดอากาศหายใจ

4. มีอาการคอแห้งหรือเจ็บคอเมื่อตื่นนอน

5. ปวดศีรษะหลังตื่นนอนตอนเช้า

6. ง่วงนอนหรือรู้สึกอ่อนเพลียมากในเวลากลางวัน และมีอาการหลงลืมบ่อย รวมถึงอารมณ์หงุดหงิดง่ายกว่าปกติ

สมองขาดออกซิเจน

การรักษา

1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากผู้ที่มีนำหนักเกิน จะมีไขมันมาพอกรอบคอหรือทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ การลดน้ำหนักจะช่วยลดไขมันดังกล่าว ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนกว้างขึ้น ส่งผลให้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับลดลง

นอกจากนี้พี่ๆ วัยเกษียณ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนเพราะแอลกอฮอล์จะกดการหายใจและทำให้อาการหยุดหายใจขณะหลับบ่อยและรุนแรงขึ้นอีกด้วย

​2. หลีกเลี่ยงการใช้ยานอนหลับ ยานอนหลับจะกดการหายใจกล้ามเนื้อรอบช่องคอหย่อนคล้อย ส่งผลทำให้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นแย่ลง

3. ใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก โดยใช้หน้ากากสวมทับบริเวณจมูกในขณะหลับ เครื่องอัดอากาศขนาดเล็กจะเชื่อมต่อกับหน้ากากด้วยท่ออากาศ ดังนั้นอากาศภายใต้แรงดันที่กำหนดจะเข้าไปในช่องคอโดยผ่านทางจมูก แรงดันอากาศจะค่อยๆ เปิดทางเดินหายใจบริเวณช่องคอ เพื่อให้การนอนและการหายใจเป็นปกติ

4. ใช้เครื่องมือในช่องปากแบบกึ่งสำเร็จรูปชนิดปรับได้  ใช้เพื่อจัดระเบียบกรามและลิ้นให้ขยับขึ้นมาด้านหน้า ช่วยเพิ่มพื้นที่บริเวณหลังคอทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น

5. การรักษาโดยการผ่าตัด ในกรณีที่การรักษาด้วยอุปกรณ์ข้างต้นไม่สามารถบรรเทาอาการลงได้ หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีอาการรุนแรงและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต แพทย์จะใช้การรักษาด้วยวิธีผ่าตัด ได้แก่ การผ่าตัดต่อมทอนซิล ในกรณีที่ต่อมทอนซิลโตและอุดกั้นทางเดินหายใจในขณะนอนหลับ การผ่าตัดเพดานอ่อน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้เนื้อเยื่อและลดการสั่นของเพดานอ่อนในขณะนอนหลับ

นอกจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น การปรับท่านอนให้อยู่ในลักษณะหงายเอนหลัง 30 องศา ยังเป็นท่านอนที่ช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น  และควรนอนหนุนด้วยหมอนที่ไล่ระดับลงมาจากส่วนที่เป็นศีรษะไปยังต้นคอและไหล่ เป็นการป้องกันไม่ให้ขาดอากาศหายใจ เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับในกลุ่มเสี่ยงได้ และช่วยลดการเกิดอาการดังกล่าวสำหรับคนที่ยังมีอาการไม่มากนัก

นอนหลับในรถ ทำไมถึงตาย?

นอนหลับในรถ

การนอนหลับในรถทำให้ตายได้ การสตาร์ทเครื่องยนต์ในแต่ละครั้ง เครื่องยนต์จะปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซพิษออกมา ขณะที่รถยนต์วิ่ง ระบบแอร์ที่ถูกเปิดอยู่ จะดูดอากาศจากภายนอกเข้ามาหมุนเวียนอยู่ในรถตลอดเวลา

เช่นเดียวกับตอนที่เราเปิดแอร์เพื่อนอนหลับ ในขณะรถยนต์จอดแน่นิ่งอยู่กับที่ ไม่ได้วิ่งไปไหน ระบบแอร์ก็จะดูดอากาศจากด้านนอกเข้ามาสู่ห้องโดยสารเช่นกัน แต่ครั้งนี้จะเป็นอากาศที่มีก๊าซพิษผสมอยู่ด้วย ซึ่งขณะที่เรากำลังนอนหลับอยู่แบบไม่รู้สึกตัวนั้น ฝันร้ายกำลังคืบคลานมาเยือน เพราะเวลานั้นเรากำลังสูดควันพิษจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปแบบเต็มๆ ก๊าซพิษเข้าสู่ร่างกายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆ สะสมอยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรานอนหลับไปนานเท่าไร แสดงว่า…เราจะได้รับก๊าซพิษมากเท่านั้น

ทั้งนี้ เมื่อร่างกายได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในปริมาณมากๆ ก็จะเข้าไปรวมตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง จนทำให้ก๊าซพิษมีปริมาณมากกว่าก๊าซออกซิเจนได้ถึง 200-250 เท่าตัว เป็นเหตุให้ความสามารถในการนำพาออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง เพื่อไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายและสมองค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ ระบบประสาทเราจะเริ่มทำงานผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ และอาจหยุดเต้นได้ในที่สุด เมื่อร่างกายขาดออกซิเจนนั่นเอง

สำหรับอาการเมื่อเราสูดดมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าสู่ร่างกาย แรกเริ่มจะทำให้มีอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย อาเจียน เมื่อได้รับปริมาณมาก ก็จะไม่รู้สึกตัว ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด

​5 วิธีนอนในรถอย่างถูกต้อง

นอนหลับในรถ ถูกวิธี

1. ทำเลที่จอด

เลือกทำเลที่จอดที่ปลอดภัย ไม่กีดขวางทางจราจร ไม่จอดในที่อันตราย และมีพื้นที่พอจอดอย่างเหมาะสม คือไม่ใช่ทางขึ้นเขาลงเนิน ไม่มีหุบเหว ไม่มีร่องน้ำคูคลอง หรือไม่มีเครื่องจักรทำงาน โดยเฉพาะเวลากลางคืน ที่จอดต้องไม่มืด มีแสงสว่างเพียงพอ จะปั๊มน้ำมัน หรือที่พักริมทางได้ยิ่งดี

2. ห้ามเปิดแอร์

การเปิดแอร์ มันจะทำให้คุณถึงตายได้ คือ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จะเข้าไปแทนที่ก๊าซออกซิเจนในรถ ทำให้เราขาดออกซิเจนในการหายใจ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิต จากการนอนในรถ

3. ลดกระจกลง

เปิดกระจกลงสักเล็กน้อย ถ้าอยู่ในที่ไม่คุ้นเคย เพื่อให้มีอากาศถ่ายเทได้ เพราะเราได้ทำการปิดแอร์ไปแล้ว ในข้อ 2 ไม่เช่นนั้น จะทำให้ขาดอากาศหายใจได้  ให้เปิดลงซักเล็กน้อยก็พอ เพราะเราต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเราด้วย

4. ล็อกรถให้ดี

อันนี้สำหรับที่ที่ไม่ปลอดภัย หรือไม่คุ้นเคย คือก่อนที่คุณจะหลับตานอน คุณจะต้องตรวจสอบให้ดี ว่าล็อกรถดีแล้ว ไม่อย่างนั้นอาจถูกชิงทรัพย์ ถูกขโมยทรัพย์สินไปได้ ต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยของทรัพย์สินเป็นอย่างยิ่งด้วยเช่นกัน

5. เปิดพัดลมช่วย

คุณสามารถเปิดพัดลมจากแอร์ได้  โดยบิดกุญแจไปเปิดระบบไฟ เพื่อเปิดพัดลม อย่างน้อยก็ช่วยให้ได้อากาศจากภายนอกอีกหนึ่งทาง คุณจะได้รู้สึกหายใจได้สะดวกขึ้น ไม่อึดอัดมากเกินไป

 

 

ขอขอบคุณ

https://www.thairath.co.th/news

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *